แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Fic. Attack on titan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Fic. Attack on titan แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan Short fic.: Wild Animals


Attack On Titan Fan Short fic.: Wild Animals

Pairing: (LevixEren)

Rate: NC-18 Yandere , BDSM , NTR , Guro

Warning: เนื้อหาฟิคเรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงทั้งในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศและพฤติกรรมที่ไม่ปกติ ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่จิตอ่อน เพราะ R18 ของฟิคนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องเพศเพียงอย่างเดียว

Story By: Trendy Blood

………………………………………………………………………………………………..


วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan ฟิคสด: ซาตานรีไวและเทวาเอเลน


Attack On Titan ฟิคสด: ซาตานรีไวและเทวาเอเลน


Pairing: (LevixEren)
Rate : NC
-
18


Story By: Trendy Blood + (S.MinJiTo)

.........................................................................................................................................


วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Libido (Intro)


Attack On Titan Fan fic.: Libido

Pairing: (LevixEren)
Rate : NC-17

Dark Fantasy

Story By: Trendy Blood ………………………………………………………………………………………………..

Intro:

“...โอ เจ้าผู้ร่วงลงจากฟ้าอย่างไรหนอ

เจ้าผู้ส่องแสงคือ โอรสแห่งรุ่งอรุณ

เจ้าถูกเหวี่ยงลงมาพื้นดินอย่างไรหนอ

เจ้าผู้ทำให้ประชาชาติทั้งหลายตกต่ำ...”

พันธสัญญาเก่า หนังสืออิสยาห์ 14:12

...................................................................................................

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Special Last Memory + ล่ารักอันตราย : Parallel world 2


Special Last Memory + ล่ารักอันตราย : Parallel world 2(END)

Pairing : Levi x Eren

****หมายเหตุ**** ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักใดใดทั้งสิ้นนะคะ เขียนขึ้นสนองความเวิ่นของตัวเองค่ะ แหะๆ><”””

……………………………………………………………………………………………………..

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Penalty


Attack On Titan Fan fic.: Penalty

Pairing: (LevixEren), (ReinerxEren)

Rate: NC 20, Yandere , BDSM , NTR , Guro

Warning: เรื่องนี้ยัน+เอสมากๆ ถ้าใครไม่ชอบแนวฆาตกรรม(ก็ไม่เชิงฆาตกรรมมั่ง?)หรืออะไรที่กดประสาทนิดหน่อยแนะนำให้ปิดนะคะ ><

Story By: Trendy Blood & Jadenchase

………………………………………………………………………………………………………………

 

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Desert Desire Pairing: (LevixEren), (Mikasa ver. C) Chapter 1: Desert Excitement



Attack On Titan Fan fic.: Desert Desire
Pairing: (LevixEren), (Mikasa ver. C)
Rate: R18
Warning: เอเลนเรื่องนี้บิชชี่มากค่ะ ใครไม่ชอบสไตล์นี้อาจโดนทำร้ายนะคะ ><”  แล้วก็มีสปอยเนื้อเรื่องหลักอยู่ถึงจะเป็นแนว AU ก็เถอะ

Story By: Trendy Blood & Jadenchase


………………………………………………………………………………………………..
Chapter 1: Desert Excitement

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Fic. Attack On Titan (LevixErenxMikasa ver. C) Evil Of Notre Dame



Fic. Attack On Titan (LevixErenxMikasa ver. C)
Evil  Of  Notre Dame

แกร๊ง  แกร๊งง  แกร๊งงง

            เสียงระฆังตีบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงของวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ นอร์ทเธอดาม มหาวิหารใหญ่ตั้งตระหง่าน ณ กรุงปรารีส เมื่อแสงอรุณขึ้นสาดส่องทั่วนครเสียงระฆังก้องกังวานดังไปทั่วทั้งเมืองเพื่อปลุกเหล่าประชาของเมืองให้ตื่นจากนิทราเข้าสู่วิถีชีวิตของวันใหม่อีกครา
                แต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่ามหาวิหารที่ตระหง่านตาและผู้ที่ตีระฆังก้องกังวานคือผู้ใด? เพราะไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้า เสียงเล่าลือถึงเด็กหนุ่มผู้ผิดแปลก คำร่ำลือว่าแท้จริงแล้วเป็นปีศาจที่ตีระฆังวิหาร ปีศาจที่สาธุคุณแห่งปารีสรับเลี้ยงไว้ให้อยู่ภายใต้ความดูแลของเขตอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะวิหารนี้ทุกชีวิตย่อมถูกเมตตาและละเว้นแม้กระทั่ง ปีศาจ……

Short Fic. Attack On Titan (Levi x Eren ver.C x Jean) Little Green Riding Hood



Short Fic. Attack On Titan (Levi x Eren ver.C x Jean)
Little Green Riding Hood

นี่รู้จักเรื่องเล่านี้รึเปล่า?
เรื่องของเด็กสาวหน้าตาอัปลักษณ์ที่สวมผ้าคลุมสีเขียว
เธอมักมาซื้อของช่วงบ่ายที่ร้านในหมู่บ้านประจำ
เธออาศัยอยู่กับบิดาในป่าลึกห่างไกลผู้คน
วันเดือนเคลื่อนผ่านปีแล้วปีเล่ายังไม่เคยมีใครได้ยลโฉมหน้าที่แท้จริงของเธอคนนั้น
มีข่าวลือว่าคนที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ
ที่แสนอัปลักษณ์นั้นน่ากลัวและน่าสยดสยองเสียจนปลิดลมหายใจเลยทีเดียว………..

Fic. [AU]: Attack On Titan (Levi x Eren) ล่ารักอันตราย Chapter 1: Game Start



Fic. [AU]: Attack On Titan (Levi x Eren) ล่ารักอันตราย
Chapter 1: Game Start

Fic. Attack On Titan (Levi x Eren): Last Memory Chapter 1



Fic. Attack On Titan (Levi x Eren): Last Memory
Chapter 1

                ปัจจุบันไททันเป็นแค่ตำนานที่เล่าขานที่คงยังไม่ได้รับการยืนยัน บทความและหลักฐานมากมายจากนักวิชาการที่ถูกรวบรวมมานานนับหลายปีถูกถ่ายทอดผ่านสื่อชนิดต่างๆในกระแสปัจจุบัน เรื่องของมนุษย์สมัยบรรพกาลที่ต้องลี้ภัยอาศัยในกำแพง หน่วยทหารกล้า เหล่าวีรบุรุษผู้นำมาซึ่งชัยชนะของมนุษยชาติ
                แต่สิ่งเหล่านั่นก็เป็นเพียงตำนานที่ยังไม่ได้ยอมรับในปัจจุบันว่ามีอยู่จริง…….
                . หอสมุดใหญ่กลางเมืองผู้คนมากมายต่างพากันมาเพื่อหาข้อมูลที่สนใจหรือทำรายงานวิชาการที่ได้รับมอบหมาย นัยน์ตาสีเขียวมรกตควานหาข้อมูลจากหนังสือที่เหล่าบรรดาเพื่อนๆของเขาหามาและกองไว้ให้เขากับเพื่อนผู้แสนฉลาดและเก่งที่สุดในภาคชั้นเรียนกลั่นกรองข้อมูลกันอีกที
“อาร์มินฉันค้นดูตรงนี้หมดแล้ว ถ้ายังไงฉันไปช่วยพวกไรเนอร์หาข้อมูลหาดีกว่า นั่งดูข้อมูลอย่างเดียวชักเริ่มเบื่อแล้วสิ” ร่างโปร่งบอกเพื่อนตั้งแต่เด็กของตน เขาเริ่มเมื่อยกับการต้องนั่งหาข้อมูลอยู่เฉยๆ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรต่อให้ตัวเขาจะเลือกเรียนสายกฎหมายเพราะอยากเป็นทนาย แต่การต้องศึกษาข้อมูลเยอะๆแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาถนัดนัก
“เอเลน ถ้ายังไงฉันฝากนายเอาหนังสือกองที่ไม่ได้ใช้ตรงนั้นไปเก็บด้วยเลยละกัน” เพื่อนผมทองสั้นชี้ไปทางกองหนังสือตั้งที่วางไว้ที่มุมโต๊ะซึ่งพวกเขาได้ค้นข้อมูลหมดแล้วเอเลนยกตั้งกองหนังสือไปวางไว้ยังรถเข็นสำหรับหนังสือที่ต้องการเก็บเข้าที่และเดินไปหากลุ่มเพื่อนของเขาที่กระจายตัวกันอยู่ในล็อคหนังสือประวัติศาสตร์ ด้วยที่หอสมุดแห่งชาติของที่นี้มีหนังสือจำนวนมากมายให้ค้นหา หนังสือในหมวด หมวดหนึ่งจึงมีหลากหลายเล่มให้เขาและบรรดาเพื่อนๆค้นคว้ากันอย่างลืมเวลาเลยทีเดียว
“ไรเนอร์ นายมีอะไรให้ฉันช่วยไหม?” ร่างโปร่งเข้าไปถามชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีกรมท่าร่างกายแข็งแรงกำยำที่ดูแล้วไม่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาได้เลย
“เอเลนนายไปหาตรงมุมนั้นละกัน แถวนี้ฉัน เบรลทรูธ มิคาสะ และแจน ดูกันหมดแล้วเหลือแต่ตรงมุมห้องในสุดเท่านั้นแหละ” ร่างกำยำชี้ไปทางมุมสุดของชั้นหนังสือ
 ร่างโปร่งเดินเข้าไปยังมุมในสุดซึ่งติดกับประตูห้องหนังสือเก่าที่ติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป นัยน์ตาสีมรกตเริ่มมองควานหาหนังสือทีละเล่มและหยิบหนึ่งในนั้นออกมาเพื่อเช็คเนื้อหาคร่าวๆ สิ่งที่เขาต้องหานั้นก็คือประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าขาน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาบังคับเลือกของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 อย่างเขา ด้วยที่พวกเขาเลือกทำเรื่อง “ไททันและกำแพงแห่งชีวิต” เลยทำให้ต้องมานั่งคลุกอยู่ในชั้นประวัติศาสตร์ของหอสมุดมาเกือบสัปดาห์เต็ม ทั้งอาร์มินบอกว่าหัวข้อเรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดของ ดร.ฮันซี่ซึ่งเป็นอาจารย์เจ้าของวิชาด้วยแล้วเลยยิ่งทำให้พวกเขาต้องทำข้อมูลนำเสนอรายงานให้ดีที่สุด
ครืน!!!
อยู่ๆชั้นหนังสือที่อยู่รายล้อมนั้นเริ่มไหวเอนไปมา หลอดไฟบนพนังตึกสูงโยกไหวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แผ่นดินไหว!!!
ผู้คนที่อยู่ในหอสมุดเริ่มมุดเข้าใต้โต๊ะเพิ่อหาที่หลบภัยและพยายามหลีกหนีออกไปยังลานกว้างให้เร็วที่สุด
“เดี๋ยวเอเลนอยู่ไหนน่ะ!?” เสียงหญิงสาวร้องตะโกนดังถามหาเพื่อนคนสำคัญของเธอในขณะที่กลุ่มฝูงชนกำลังชลมุนอยู่
“เมื่อกี้ฉันให้เขาไปดูหนังสือตรงมุมสุดของห้องด้านใน” คำบอกจากไรเนอร์ทำให้มิคาสะหมุนตัวจะกลับเข้าไปยังชั้นหนังสือชั้นในสุด
 “มิคาสะเธอรีบไปหาที่ปลอดภัยก่อนฉันจะไปตามหาเอเลนเอง”ชายหนุ่มร่างโปร่งผมสีน้ำตาลอ่อนดันมิคาสะไปหาไรเนอร์เพื่อให้ทางกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆนั้นหลบออกไปอย่างปลอดภัย
“แจนนายต้องหาเอเลนให้เจอนะ แล้วต้องปลอดภัยด้วย ถ้าเอเลนบาดเจ็บฉันจะคิดบัญชีกับนาย!!” หญิงสาวร้องตะโกนบอกแจนชายหนุ่มผู้หวังดีในขณะที่ถูกฉุดและลากโดยเหล่าเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ
“ฉันรู้แล้วน่า” เขาเข้าใจและชินกับการที่มิคาสะยึดในตัวเอเลน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเป็นแบบนี้ ตั้งแต่รู้จักกันมาแจนก็รับรู้ได้ถึงความยึดเหนี่ยวในตัวเอเลนของมิคาสะที่มีมากจนเรียกได้ว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ
“แจนงั้นเราเจอกันที่ลานหน้าหอสมุดนะ” เด็กหนุ่มตัวเล็กที่สุดในกลุ่มบอกกล่าวเพื่อนก่อนที่ทุกคนจะลงบันไดไปยังลานโล่งชั้นล่าง และให้แจนวิ่งกลับเข้าไปหาเอเลน
“โอย เจ็บชะมัด” นัยน์ตาสีมรกตปรือขึ้นเล็กน้อย จากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้เขาล้มกระเด็นเข้ามาในห้องสมุดที่เป็นเขตห้ามเข้า เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนทำให้ตู้หนังสือล้มลงจนปิดประตูทางเข้าของเขาเสียแล้ว นัยน์ตาสีมรกตกวาดตามองรอบๆเพื่อหาที่หลบภัยพร้อมทั้งพยายามนึกถึงข้อมูลสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวและตัดสินใจไปหลบใต้โต๊ะมุมห้องที่ดูท่าจะปลอดภัยที่สุด เพราะอย่างน้อยคงไม่มีอะไรสามารถหล่นลงมากระแทกหัวเขาได้ มือบางปาดหยดน้ำที่ไหลลงมาเข้านัยน์ตาของเขาก่อนเห็นว่านั่นคือเลือด นี่เขาหัวแตกสินะดูท่าไม่ลึกมาก ร่างโปร่งหยิบผ้าเช็ดหน้ากดซับที่หางคิ้วเพื่อช่วยห้ามเลือด ถ้ามิคาสะเห็นเข้าเขาต้องโดนหิ้วไปโรงพยาบาลและตามเฝ้าจนกว่าแผลจะหายแน่ๆ
เวลาผ่านไปประมาณสิบห้านาทีทุกอย่างเริ่มเข้าสู่สภาวะสงบ นัยน์ตาสีมรกตมองไปยังประตูทางออกเพียงหนึ่งเดียวแล้วต้องถอนหายใจ นี่เขาคงต้องรอคนมาช่วยสินะ หวังว่าคงไม่ต้องรอจนผ่านไปเป็นวันแบบในหนังบางเรื่องหรอกนะ ร่างโปร่งลุกออกจากที่หลบภัยและพยายามดันชั้นหนังสือที่ปิดทางออกของเขาแต่ดูจะไม่เป็นผล
“เฮ้!!มีใครอยู่มั่งครับ มีคนติดอยู่ในนี้หนึ่งคนนะ เฮ้!!!” เอเลนหวังว่าคงมีใครได้ยินเขาสักคน ซึ่งมันก็ได้ผล
“เฮ้ยเอเลน แกเข้าไปอยู่ในนั้นเลยเหรอวะ ไอชั้นพวกนี้ก็ล้มทับกันแน่นไปหมด ฉันคนเดียวคงเอาออกไม่ได้ต้องไปตามคนมาช่วย นายอย่าเพิ่งตายซะก่อนล่ะ” เสียงที่ตอบกลับมาทำให้ร่างโปร่งคิ้วกระตุกเล็กน้อย เพราะเป็นความช่วยเหลือจากคนที่เขาไม่ค่อยอยากได้รับความช่วยเหลือเท่าไร
“ไรวะแจน แกมันไร้ประโยชน์จริงๆเลย รีบไปหาคนอื่นมาเลยนะแก” พอรู้ว่าอีกฝั่งเป็นใครเอเลนก็อดไม่ได้ที่จะขอกัดเสียหน่อยต่อให้อยู่ในสถาณการณ์แบบนี้ก็เถอะ
“ฉันว่าปล่อยนายอยู่ในนั้นสักคืนดีไหมวะ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ” ร่างสูงรีบย้อนกลับ นี่เขาอุส่าห์เสี่ยงเข้ามาช่วยไอคนยุ่งยากนี่น่าจะรู้จักสำนึกบุญคุณเขาสักบ้าง
“เฮ้ย อย่านะเว้ย แกรีบช่วยฉันออกไปเลยนะแล้วไว้ฉันจะเลี้ยงชาไข่มุกแก” ร่างโปร่งรีบเสนอสินบน เขาไม่ได้อยากติดอยู่ในนี้ทั้งคืนหรอกนะ แล้วถ้าต้องขอร้องเป็นหนี้บุญคุณคนอย่าง คุณชายแจน เขาขอยอมเสียตังค์เพื่อแลกเปลี่ยนดีกว่า
“เออ ค่อยดีขึ้นมาหน่อย” ที่จริงเขาไม่ได้ชอบชาไข่มุกเท่าไรหรอกแต่นานๆทีจะเห็นคนดื้อรั้นจนตรอกได้บ้าง “เออใช่ แกไม่ได้บาดเจ็บใช่ไหมเอเลน” ร่างสูงรีบถามอาการของคนข้างในก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือ ถ้าเอเลนเป็นอะไรล่ะก็เขาได้โดนมิคาสะซัดน่วมแน่
“ไม่เป็นไรมาก แค่หัวโดนกระแทกเลือดไหลนิดหน่อยแต่ตอนนี้หยุดแล้ว” คำตอบของเอเลนทำเอาร่างสูงตื่นตระหนก
”เฮ้ย!!แกอยุ่เฉยๆอย่าขยับไปไหนนะเว้ย ฉันจะรีบไปตามคนมาช่วยเดี๋ยวนี้!!!
ถึงแจนบอกอย่าให้เขาไปไหนตอนนี้ ต่อให้เขาอยากไปก็คงไปทำอะไรนอกห้องสี่เหลี่ยมนี้ไม่ได้อยู่ดี ร่างโปร่งหามุมทิ้งตัวลงนั่งรอเพื่อนคู่กัดที่ไปขอความช่วยเหลือ กว่าแจนจะไปตามคนมาช่วยและกว่าหน่วยกู้ภัยจะมาต่ำๆก็ราวๆ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง น่าเบื่อชะมัด ไม่มีอะไรทำเลย กระเป๋าก็วางไว้ข้างนอกด้วยอาร์มินคงเก็บให้เรียบร้อยแล้ว แล้วตอนนี้เขาควรทำอะไรดีกว่าการนั่งรอเฉยๆ นัยน์ตาสีมรกตกวาดมองไปรอบกองชั้นหนังสือที่ตอนนี้ล้มกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนไปหมด มาหอสมุดก็ต้องอ่านหนังสือค่าเวลาล่ะนะแถมเป็นหนังสือในห้องห้ามเข้าแบบนี้ใช่ว่าจะหาอ่านกันได้ง่าย มือบางเอื้อมไปหยิบหนังสือปกดำอยู่ที่อยู่ใกล้กับที่เขานั่งมากที่สุด หน้าปกสีดำที่ไม่ได้เขียนชื่อเรื่องหรืออะไรไว้แต่ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยสำหรับสถาณการณ์ของเขาตอนนี้
ร่างโปร่งเปิดหนังสือพลันมีแสงสว่างวูบขึ้นจากหนังสือปกดำนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เขาไม่รู้จักแล่นริ้วเข้าสู่สมอง ภาพความทรงจำต่างๆ วิ่งแล่นเข้ามาในหัวของเอเลน ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมอง ปวด ปวดหัว ร่างโปร่งเอามือกุมศรีษะก่อนที่จะสลบไป
.
.
.
.
.
.
.
.
“เอเลน”
“เอเลน”
“เอเลนตื่นสิ ถ้าไม่กลับจะมืดซะก่อนนะ”
ใบหน้ามนค่อยๆปรือขนตาหนา นี่เขาหลับไปนานเท่าไรกันนะ จำได้ว่าเกิดอุบัติเหตุในหอสมุดแล้วหืม เมื่อได้สตินัยน์ตาสีมรกตถึงกับเบิกกว้าง เด็กผู้หญิงตรงหน้าเขาเป็นมิคาสะแน่ๆ แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นทำไมเธอถึงดูเด็กเหมือนกับที่เจอกันครั้งแรกเลยล่ะ!?รวมทั้งชุดที่ใส่ก็ดูจะแปลกไปเสียหน่อยด้วย
“มิคาสะ ทำไมเธอดูเด็กจัง?” คำถามนั้นทำให้คิ้วของเด็กสาวกระตุกเล็กน้อย
“นี่สะลืมสะลือถึงขนาดนั้นเชียว นายก็ยังเด็กเหมือนกันนั้นแหละเอเลน”
นี่เขากำลังฝันอยู่อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่สิ เขาคือ เอเลน เยเกอร์ และเขากำลังต้องเก็บฟืนกลับไปหามารดาที่รออยู่ที่บ้านในวันนี้ เด็กชายค่อยๆลุกขึ้นยืนและนำตะกร้าใส่ฟืนขึ้นสะพายหลัง
“เปล่า แค่รู้สึกเหมือนฝันเห็นอะไรบางอย่างที่ยาวมากๆ แต่ทำไมนึกไม่ออกกันนะ” ในตอนนี้เขาก็ยังคงรู้สึกสับสนและปวดหัวอยู่ไม่น้อยกับโลกที่เขาเห็นซึ่งนั่นอาจเป็นความฝันยาวนานเพียงช่วงหนึ่ง โลกที่ไม่มีไททัน ความศิวิไลและอิสรภาพที่โหยหาอยู่รายล้อม แต่นั้นก็เป็นแค่โลกในฝันของเขาเพราะโลกในความเป็นจริงนี้ มนุษย์ก็ยังคงต้องถูกจำกัดอิสรภาพ มีชีวิตเหมือนนกในกรงภายในกำแพงที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้
“เอเลน ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?” เด็กสาวตกใจกับหยาดน้ำตาที่ไหลมาจากในตาสีมรกต หรือว่าเขาจะฝันร้าย
“เอ๋!!” มือเล็กๆปาดหยาดน้ำตาที่ไหลลงอาบสองแก้ม เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาเหล่านี้ถึงได้ไหลออกมา พอๆกับความรู้สึกคิดถึงและคะนึงหาที่ยากจะเอ๋ย

"เรื่องที่ฉันร้องไห้อย่าไปบอกใครเชียว ช่วยเหยียบไว้เลยนะ” เด็กชายตัวน้อยกระชับสั่งเด็กสาวหนึ่งในครอบครัวของตน การที่ให้คนอื่นมาเห็นเขาร้องไห้นี่เป็นอะไรที่เสียหน้าสำหรับเขาอย่างมากเลยทีเดียว
“ร้องไห้เรื่องอะไรเรอะ?” ชายในชุดเครื่องแบบเข้ามาหยอกล้อเด็กชายด้วยความคุ้นเคย
“คุณฮันเนสอุ๊บ!!เหม็นเหล้าชะมัด” เอเลนรีบยกมือมาปิดจมูกทันที ชายในเครื่องแบบนี้เป็นคนรู้จักของมารดาและบิดาของเขาที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่จำความได้ แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยเห็นชายผู้นี้จะทำตัวได้สมกับเครื่องแบบที่ใส่อยู่เลยแม้แต่น้อย “ทำแบบนี้แล้วถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะสู้ไหวเหรอกับไอพวกที่อยู่นอกกำแพงนั้นน่ะ”
“เอเลน  นายอย่าตะโกนเรื่องนั้นในที่แบบนี้สิ” ชายในชุดเครื่องแบบรีบปรามเด็กชายตรงหน้าการพูดเรื่องของสิ่งมีชีวิตนอกกำแพงในที่สาธารณะแบบนี้ดูจะไม่ส่งผลดีเท่าไร ถึงแม้คนพูดจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่สำหรับเรื่องละเอียดอ่อนของคนในกำแพงแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เอามาตอกย้ำกันได้
หลังจากที่เขาได้ทำการต่อล้อต่อเถียงกันคุณฮันเนสสักพักเสียงระฆังก็ดังขึ้น และนั้นทำให้เด็กชายรีบวิ่งไปยังประตูเพื่อรอต้อนรับกลุ่มวีรบุรุษของเขา ทีมสำรวจ
เสียงระคนด่าและสบถที่รอต้อนรับคณะทีมสำรวจเซ็งแซ่ไปทั่ว ถึงแม้ทีมสำรวจจะเปรียบดั่งเป็นวีรบุรุษของใครหลายๆคน แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่คิดว่าช่างเป็นกลุ่มคนที่ไร้ประโยชน์ รวมทั้งความคืบหน้าในผลงานของทีมสำรวจนั้นแทบจะเรียกได้ว่าถึงทางตันเลยยิ่งทำให้เสียงกรนด่าจากชาวเมืองมีมากมายกว่าคำสรรเสริญยินดี ซึ่งเสียงกร่นด่านั้นผ่านเข้าหูของเอเลนเช่นกัน เด็กชายโมโหพวกชาวบ้านงี่เง่าที่ไม่เคยเข้าใจถึงความพยายามของเหล่าวีรบุรุษเหล่านั้น ยิ่งมีหนึ่งในนั้นบอกให้ยุบหน่วยสำรวจไปซะยิ่งทำให้อารมณ์ของเด็กชายเดือดจัดจนขว้างท่อนฟืนไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้า และนั้นทำให้มิคาสะที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต้องลากเจ้าตัวดีนั้นหนีกลับบ้านก่อนที่จะมีเรื่องกันไปมากกว่านี้

“เอเลน อยากเข้าทีมสำรวจน่ะค่ะ” คำบอกเล่าของเด็กสาวทำให้คาร่า มารดาของเอเลนถึงกับตกใจ ใครๆต่างก็รู้ดีว่าทหารทีมสำรวจนั้นเสียชีวิตกว่า 60% ทุกครั้งที่มีภารกิจสำรวจนอกกำแพง
“เอเลน แม่ไม่อนุญาต คิดอะไรของลูกอยู่ รู้ไหมว่ามีคนที่ออกไปข้างนอกตายไปเท่าไรแล้ว” หญิงสาวเข้าไปจับไหล่บุตรชาย นัยน์ตาของเธอสั่นไหวด้วยความกังวลกับการตัดสินใจของบุตรชายเป็นอย่างยิ่ง เธอรู้ดียิ่งกว่าใครว่าเอเลนเป็นเด็กที่ดื้อ และซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองแค่ไหน และนั่นทำให้เธอกลัวกับการตัดสินใจของเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า
“ถ้าไม่มีใครสักคนสานต่อ ชีวิตของคนที่ตายไปแล้วก็สูญเปล่าสิครับ” ใบหน้ามนจ้องกลับไปยังดวงตาของผู้เป็นมารดา นัยน์ตาเด็ดเดี่ยวที่ฉายแววออกมาทำให้คาร่าหวั่นใจยิ่งขึ้น เพราะนั้นเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่ไม่มีวันเปลี่ยนของบุตรชายของเธอ
“เข้าใจล่ะเอเลน ถ้าพ่อกลับมาพ่อจะเปิดห้องใต้ดินที่เป็นความลับตลอดมาให้ลูกเห็นนะ” กริซาผู้เป็นบิดากล่าวก่อนที่จะต้องเดินทางไปรักษาคนไข้อีกเมืองด้วยอาชีพหมอของเขา และนั้นทำให้นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้บิดาจะไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาทำตามสิ่งที่ตนเองได้ตัดสินใจไป

และภาพทั้งหลายก็ถูกกรอหมุนอย่างรวดเร็วจนมาถึงภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็น นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้าง ดวงตาไม่ไหวติง มือน้อยพยายามไขว่คว้าในขณะที่ถูกชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบหิ้วและวิ่งหนีออกมา ภาพของมารดาที่ถูกดึงขึ้นออกมาจากซากปรักหักพังด้วยยักษ์ขนาดมหึมา ร่างกายที่บอบช้ำพยายามดิ้นรนก่อนที่จะไร้ซึ่งลมหายใจ ร่างที่แน่นิ่งของมารดาถูกไททันนั้นกินเข้าไป อารมณ์ความเดือดดาลและความบ้าคลั่งปะทุออกมาหลั่งไหลเป็นม่านน้ำตา จะต้องแก้แค้น จะต้องฆ่าให้หมด จะต้องฆ่าพวกมันให้หมดไม่ให้เหลือสักตัวเดียว!!!


“เอเลน”
“เอเลน รู้สึกตัวแล้วหรือลูก?”  เสียงอันอบอุ่นและคุ้นเคยผ่านเข้าโสตประสาททำให้ใบหน้ามนค่อยๆปรือตาขึ้น เมื่อมองไปรอบๆเขาถึงได้รู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาลที่ที่เขาคุ้นเคย ภาพเหตุการณ์ทั้งหลายเมื่อกี้เป็นแค่ความฝันที่เขาเผลอหลับไประหว่างรอหน่วยกู้ภัยสินะ “แหมเด็กคนนี้ไม่ไหวเลยนะ โตจนขนาดนี้แล้วยังร้องไห้เป็นเด็กๆอยู่ได้” มือเรียวยกขึ้นไปลูบศรีษะบุตรชายอย่างอ่อนโยน หลังจากที่มิคาสะติดต่อไปว่าเอเลนได้รับบาดเจ็บขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหวเลยทำให้เธอรีบเดินทางมายังโรงพยาบาลทันที
นัยน์ตาสีมรกตมองมารดาของตนตรงหน้าความรู้สึกโหยหาเอ่อท้วมท้น เขาสวมกอดมารดาแน่นและซุกหน้าเขากับอกอุ่น หยาดน้ำตายังคงหลั่งริน อาจเพราะความฝันนั้นเลยทำให้เขารู้สึกโหยหาอ้อมกอดนี้อย่างประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นและปิติที่ท้วมท้นหลั่งไหลออกมา
“ร้องไห้อย่างกับจะไม่ได้เจอกันอีกอย่างนั้นแหละ เอาซะแม่เริ่มอายเพื่อนๆและพ่อของเราแล้วนะ” คำพูดของมารดาทำให้ร่างโปร่งได้สติ เมื่อมองสำรวจห้องดีๆอีกครั้งเขาก็พบว่าเพื่อนๆของเขาอยู่กันครบ รวมทั้งบิดาของเขาด้วย จากชุดกราวน์ที่บิดายังคงใส่อยู่ทำให้เขารู้ว่าที่นี้คือโรงพยาบาลของบิดาอย่างแน่นอน ใบหน้ามนขึ้นสีจากความอาย นี่เขาร้องไห้แถมกอดแม่ตัวเองต่อหน้าเพื่อนๆทั้งกลุ่มเลยหรือเนี่ย ยิ่งต่อหน้าคู่กัดอย่างคุณชายแจนด้วยแล้ว เขาต้องโดนล้อแน่ๆเลย
“นายแค่บาดเจ็บเล็กน้อยนะ หรือสมองกระทบกระเทือนจนกลายเป็นเด็กห้าขวบไปแล้วล่ะ” ยังไม่ทันไรคู่กัดตัวดีก็เริ่มทำหน้าที่ของตนเองอย่างไม่มีใครต้องร้องขอ
“แจน เอเลนเป็นคนป่วยนะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยให้เขาพักผ่อนก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มร่างกำยำในเสื้อยืดสีกรมท่าปรามคู่กัดทั้งสองคนที่เริ่มส่งสายตาไม่เป็นมิตรต่อกันเท่าไรแล้ว
“แต่คนที่ดูท่าจะห่วงเอเลนจริงจังนี่ก็ดูเหมือนจะเป็นแจนนะ เพราะตอนที่รื้อชั้นหนังสือออกทั้งหมดแล้วเห็นเอเลนนอนสลบอยู่ ก็เป็นแจนนี่แหละที่วิ่งเข้าไปอุ้มเอเลนขึ้นมา แล้ววิ่งหน้าตั้งมาส่งโรงพยาบาลก่อนที่ผมกับมิคาสะจะตั้งสติได้สักอีก” อาร์มินเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาแปลกใจ ถึงทั้งสองคนนี้จะดูเป็นคู่กัดกันอยู่ตลอดแต่สถาณการณ์วันนี้ก็ทำให้เขารู้ว่าคนปากแข็งอย่าง แจน  กิลชูไตน์ เป็นห่วงคนตรงหน้านี้ขนาดไหน
“ฉ ฉันก็แค่กลัวว่าถ้าหมอนี่เป็นอะไรไป มิคาสะต้องเอาฉันตายแน่ๆต่างหากล่ะ” ร่างสูงหน้าขึ้นสีระเรื่อและรีบเดินออกไปจากห้องอย่างเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อาร์มินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาน้อยๆถึงความปากไม่ตรงกับใจของชายหนุ่ม ส่วนเอเลนได้แต่แปลกใจ เขาไม่คิดเลยว่าคนอย่างแจนจะเป็นคนแบกเขามาถึงที่นี้ ซึ่งเขาคิดเสมอว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แจนคงเป็นคนแรกที่ปล่อยเขาทิ้งไว้และมาสมน้ำหน้าเขาทีหลังมากกว่า ว่าแต่อาร์มินใช้คำว่าอุ้มหรอ  นี่เขาบอบบางถึงขนาดที่คนที่สูงกว่าเขาไม่มากอย่างแจนอุ้มได้สบายๆเลยหรือไงกันนะแค่คิดก็ทำให้แอบหงุดหงิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ดูแล้วไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คืนนี้พ่อว่าลูกนอนค้างที่นี้สักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านพร้อมพ่อดีกว่า” บิดาจัดแจงรายละเอียดต่างๆให้กับพยาบาลผู้ช่วยก่อนที่จะออกจากห้องไปทำหน้าที่ของตนในการรักษาผู้ป่วยอื่นต่อ
“นายโอเคใช่ไหมเอเลน? ฉันตกใจมากเลยนะที่เห็นนายสลบอยู่แบบนั้น” หญิงสาวผมดำเดินเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วย มือเรียวยื่นไปยังมือของอีกฝ่าย ไม่ว่าเมื่อไรคนตรงหน้านี้ก็สำคัญกับเธอเสมอเปรียบเสมือนครอบครัวและที่ยึดเหนี่ยวของตัวเธอเอง
“ฉันไม่เป็นไรมิคาสะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ขอโทษทุกๆคนด้วยนะ” ร่างโปร่งหันไปยิ้มและกล่าวขอโทษกับเพื่อนที่ตนเองเป็นเหตุทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายกัน
“เอเลนนี่เป็นกระเป๋าของนายนะ ผมเก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว และก็นี่น่าจะเป็นบันทึกของนายเหมือนกัน ผมไม่ได้เปิดอ่านอะไรนะเพราะดูท่าจะเป็นบันทึกส่วนตัว” อาร์มินยื่นสัมภาระให้ร่างโปร่ง พร้อมทั้งหนังสือสีดำในมือซึ่งดูท่าจะเป็นของสำคัญมากเพราะขนาดที่เอเลนสลบอยุ่นั้นมือก็ยังคงกำบันทึกนี่ไว้อย่างแน่นหนา และหน้าปกซึ่งมีชื่อของเจ้าตัวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มั่นใจว่าน่าจะเป็นของร่างโปร่งแน่นอน
“ขอบใจนะอาร์มิน นายพึ่งพาได้เสมอจริงๆ” ร่างโปร่งรับสัมภาระและหนังสือปกดำมา ที่จริงเขาควรบอกให้อาร์มินเอาไปคืนห้องสมุดเสียเพราะนี่เป็นหนังสือที่อยู่ในเขตหวงห้าม การนำออกมาแบบนี้ถือว่าผิดกฎอย่างมาก แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาไม่ได้บอกออกไป เขารู้สึกว่าบันทึกนี้ต้องมีความหมายบางอย่างกับเขาแน่นอน และความรู้สึกนั้นยิ่งแน่ชัดขึ้นเมื่อเขาเพิ่งเห็นว่าบนปกหนังสือนั้นมีชื่อของเขาจารึกไว้ ชื่อของ “เอเลน  เยเกอร์”

 TBC.