แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Attack On Titan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Attack On Titan แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan Short fic.: Wild Animals


Attack On Titan Fan Short fic.: Wild Animals

Pairing: (LevixEren)

Rate: NC-18 Yandere , BDSM , NTR , Guro

Warning: เนื้อหาฟิคเรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงทั้งในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศและพฤติกรรมที่ไม่ปกติ ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่จิตอ่อน เพราะ R18 ของฟิคนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องเพศเพียงอย่างเดียว

Story By: Trendy Blood

………………………………………………………………………………………………..


วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan ฟิคสด: ซาตานรีไวและเทวาเอเลน


Attack On Titan ฟิคสด: ซาตานรีไวและเทวาเอเลน


Pairing: (LevixEren)
Rate : NC
-
18


Story By: Trendy Blood + (S.MinJiTo)

.........................................................................................................................................


วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Libido (Intro)


Attack On Titan Fan fic.: Libido

Pairing: (LevixEren)
Rate : NC-17

Dark Fantasy

Story By: Trendy Blood ………………………………………………………………………………………………..

Intro:

“...โอ เจ้าผู้ร่วงลงจากฟ้าอย่างไรหนอ

เจ้าผู้ส่องแสงคือ โอรสแห่งรุ่งอรุณ

เจ้าถูกเหวี่ยงลงมาพื้นดินอย่างไรหนอ

เจ้าผู้ทำให้ประชาชาติทั้งหลายตกต่ำ...”

พันธสัญญาเก่า หนังสืออิสยาห์ 14:12

...................................................................................................

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Special Last Memory + ล่ารักอันตราย : Parallel world 2


Special Last Memory + ล่ารักอันตราย : Parallel world 2(END)

Pairing : Levi x Eren

****หมายเหตุ**** ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักใดใดทั้งสิ้นนะคะ เขียนขึ้นสนองความเวิ่นของตัวเองค่ะ แหะๆ><”””

……………………………………………………………………………………………………..

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Penalty


Attack On Titan Fan fic.: Penalty

Pairing: (LevixEren), (ReinerxEren)

Rate: NC 20, Yandere , BDSM , NTR , Guro

Warning: เรื่องนี้ยัน+เอสมากๆ ถ้าใครไม่ชอบแนวฆาตกรรม(ก็ไม่เชิงฆาตกรรมมั่ง?)หรืออะไรที่กดประสาทนิดหน่อยแนะนำให้ปิดนะคะ ><

Story By: Trendy Blood & Jadenchase

………………………………………………………………………………………………………………

 

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Attack On Titan Fan fic.: Desert Desire Pairing: (LevixEren), (Mikasa ver. C) Chapter 1: Desert Excitement



Attack On Titan Fan fic.: Desert Desire
Pairing: (LevixEren), (Mikasa ver. C)
Rate: R18
Warning: เอเลนเรื่องนี้บิชชี่มากค่ะ ใครไม่ชอบสไตล์นี้อาจโดนทำร้ายนะคะ ><”  แล้วก็มีสปอยเนื้อเรื่องหลักอยู่ถึงจะเป็นแนว AU ก็เถอะ

Story By: Trendy Blood & Jadenchase


………………………………………………………………………………………………..
Chapter 1: Desert Excitement

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Fic. Attack On Titan (LevixErenxMikasa ver. C) Evil Of Notre Dame



Fic. Attack On Titan (LevixErenxMikasa ver. C)
Evil  Of  Notre Dame

แกร๊ง  แกร๊งง  แกร๊งงง

            เสียงระฆังตีบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงของวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ นอร์ทเธอดาม มหาวิหารใหญ่ตั้งตระหง่าน ณ กรุงปรารีส เมื่อแสงอรุณขึ้นสาดส่องทั่วนครเสียงระฆังก้องกังวานดังไปทั่วทั้งเมืองเพื่อปลุกเหล่าประชาของเมืองให้ตื่นจากนิทราเข้าสู่วิถีชีวิตของวันใหม่อีกครา
                แต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่ามหาวิหารที่ตระหง่านตาและผู้ที่ตีระฆังก้องกังวานคือผู้ใด? เพราะไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้า เสียงเล่าลือถึงเด็กหนุ่มผู้ผิดแปลก คำร่ำลือว่าแท้จริงแล้วเป็นปีศาจที่ตีระฆังวิหาร ปีศาจที่สาธุคุณแห่งปารีสรับเลี้ยงไว้ให้อยู่ภายใต้ความดูแลของเขตอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะวิหารนี้ทุกชีวิตย่อมถูกเมตตาและละเว้นแม้กระทั่ง ปีศาจ……

Fic. [AU]: Attack On Titan (Levi x Eren) ล่ารักอันตราย Chapter 1: Game Start



Fic. [AU]: Attack On Titan (Levi x Eren) ล่ารักอันตราย
Chapter 1: Game Start

Fic. Attack On Titan (Levi x Eren): Last Memory Chapter 3



Fic. Attack On Titan (Levi x Eren): Last Memory
Chapter 3
รถยนต์สีน้ำเงินมันวาวแล่นออกจากบ้านเยเกอร์ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยชิน่า หนึ่งในสามมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงของเมือง  ร่างโปร่งจัดแจงเอกสารที่จำเป็นต้องใช้สำหรับวิชาช่วงเช้าของเขา  วันนี้แจนอาสาที่จะขับรถกลับมาส่งเขาและมิคาสะถึงที่บ้านเพื่อตอบแทนที่ให้เจ้าตัวนอนค้างที่บ้านอีกหนึ่งคืนทำให้เขาไม่ต้องขับรถของตนเองออกมา
 “นี่แจน ถ้านายโดนคนที่เพิ่งเจอกันอัดจนเละนายจะเกลียดเขาไหม ถึงแม้จะรู้ว่าเขาทำเพราะสถาณการณ์พาไปก็ตาม” เอเลนถามร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่  กาที่เจอคนที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่นานอัดเละแบบนั้นที่จริงสมควรจะโกรธและเกลียดด้วยซ้ำ แต่ทำไมกับชายหนุ่มผู้เฉยชาคนนั้นเขาถึงไม่อาจที่จะโกรธหรือเกลียดได้เลย  จะมีก็แต่ความรู้สึกที่วูบไหวที่อยู่ภายในอกของเขาก็เท่านั้น
“ห๊ะ!! ก็ต้องเกลียดสิวะ  คนเพิ่งเจอกันและมาอัดกันเนี่ยนะต่อให้อยู่ในสถาณการณ์แบบไหนก็เถอะแต่เป็นใครที่โดนแบบนั้นก็ต้องไม่ชอบอยู่แล้ว  ยกเว้นแต่แกจะเป็นมีพวกมีรสนิยมมาโซฯ นั้นแหละ”  นั้นน่ะสิถ้าเป็นคนปกติธรรมดาเขาก็คงต้องเกลียดไปแล้ว  หรือว่าที่จริงแล้วเขาจะเป็นพวกมาโซอย่างที่แจนว่า  แต่ก็ไม่นะเพราะเวลาที่มีใครมาหาเรื่องเขาเขาเองก็ไม่อยู่เฉยๆเป็นต้องลุยและมีเรื่องวิวาทจากอารมณ์ใจร้อนของเขามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
“แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบจิกกัดหรือกวนอารมณ์ ฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ” คำพูดงึมงำที่เหมือนจะพูดกับตัวเองของร่างสูงผู้มีใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของคนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ในหัวของเอเลน มีแต่ภาพของชายในชุดเครื่องแบบที่เขาฝันเห็น ซึ่งภาพของชายคนนั้นไม่อาจสลัดหลุดออกไปจากความคิดของเขาได้เลยแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอีกคนที่โดยสารมาด้วยจะไม่ได้ยิน  มิคาสะจึงยกขาถีบไปยังเบาะหน้าคนขับและนั่นทำให้ร่างสูงหน้าถอดสีและตั้งสมาธิกลับไปยังที่ถนนเบื้องหน้า
“เอเลน  นายมีอะไรรึเปล่า?” หญิงสาวหนึ่งเดียวที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถเอ่ยถามเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของตน  สายตาของ มิคาสะ ที่จ้องมองมาที่เขาผ่านกระจกส่องท้ายรถนั้นแสดงถึงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“เปล่า เธอเองนั้นแหละเป็นอะไรรึเปล่ามิคาสะ  ทำไมถึงได้ทำหน้าแบบนั้น?”  ร่างโปร่งหันกลับไปสบตากับใบหน้าสวยที่อยู่หลังรถ  มือเรียวยกขึ้นลูบศรีษะเพื่อหวังจะคลายความกังวลในใจของหญิงสาว
“เอเลน  ตอนนี้นายมีความสุขไหม?”
“เธอถามอะไรแปลกๆนะ  ฉันก็ไม่ได้ลำบากหรือต้องเป็นทุกข์กับอะไรนี่นา? ก็จัดว่ามีความสุขดีล่ะมั่ง” บางครั้งมิคาสะก็ห่วงเขาแบบแปลกๆ  จนเขาก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะห่วงอะไรเขามากนัก  เขาไม่ได้ต้องไปสนามรบ หรือผจญอันตรายอะไรที่ไหน
“เหรอ……งั้นก็ดีแล้วล่ะ”  รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่ใบหน้าสวยนั้นก่อนจะเลือนหายไป  สายตาของมิคาสะเหม่อมองไปไกลนอกรถราวกับกำลังใช้ความคิด  และนั่นทำให้เอเลนหันกลับไปมองตามเส้นทางบนท้องถนนที่ผ่านไปบ้าง

เมื่อถึงมหาวิทยาลัย ไรเนอร์เบลทรูธ  และอาร์มิน  ต่างก็มาถึงก่อนแล้ว  จากการที่อาร์มินและไรเนอร์ไปส่งรายงานกับดร.ฮันซี่  เมื่อเช้าดูเหมือนอาจารย์ประจำวิชาจะพอใจกับเนื้อหาและบทสรุปที่กลุ่มของเขาทำอยู่ไม่ใช่น้อย  ข่าวดีจากอาร์มินทำให้เพื่อนๆทุกคนในกลุ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างมากจากการทำรายงานมาราธอนและเวลาที่เสียไปดูท่าจะคุ้มค่าอยู่ทีเดียว

                ด้วยรายงานที่พวกเขาสามารถทำและสรุปผลได้เร็ว  เลยทำให้มีเวลาในการเตรียมพรีเซ็นต์มากกว่ากลุ่มอื่นๆอยู่เกือบสัปดาห์   นั้นหมายความว่าพวกเขามีเวลาที่จะไปปาร์ตี้และแฮงค์เอาท์กันได้อย่างสบายๆพอสมควร
                “วันนี้โคนี่ และชาช่า นัดรวมตัวกันที่ร้านนมหน้ามหาลัยของคุณฮันเนสเจ้าเดิม  เห็นว่าแอนนี่  มาร์โก  ยูมิล  และ คริสต้า จะตามมาสมทบหลังจากเลิกเรียนช่วงเช้า”  ไรเนอร์กล่าวนัดกับทุกคนในกลุ่ม พวกเขาทุกคนล้วนแต่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยอยู่ไฮสคูล  เพราะล้วนเป็นนักเรียนรุ่น 104 ของไฮสคูลไททันทั้งสิ้น  อีกทั้งมหาวิทยาลัยก็สามารถสอบเข้าเรียนที่เดียวกันได้  แต่ต่างกันที่คณะที่เลือกตามความต้องการของแต่ละคนเท่านั้น  ซึ่งชาช่า  และโคนี่  ทั้งสองเรียนต่อด้านโภชนากร  ด้วยความฝันที่อยากเปิดร้านอาหารของตนเองสักวันรวมทั้งการคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆก็เป็นงานอดิเรกที่ทั้งสองชื่อชอบ  คริสต้า และมาร์โก  เลือกเรียนแพทย์ เพราะหวังที่จะช่วยเหลือและรักษาผู้คน  ส่วนแอนนี่เธอเลือกเรียนแพทย์เพราะเห็นว่าเป็นงานที่มั่นคงและรายได้ดี  และยูมิลเองเลือกเรียนแพทย์ด้วยเหตุผลที่ว่า เลือกตามคริสต้า ก็เท่านั้น
                “ดีเลยไม่ได้รวมกลุ่มกันมาสักพักแล้วด้วย” นัยน์ตาสีมรกตทอเป็นประกาย นอกจากจะได้เจอกับเพื่อนๆทั้งกลุ่มที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้ว  ร้านนมของคุณฮันเนสก็ยังมีอาหารหลากหลายชนิดที่รสชาติถูกปากเขาไม่ใช่น้อย
                “งั้นตามนนี้นะ ฉันจะได้ส่งไลน์กลับไปคอนเฟริมพวกนั้นด้วย” ไรเนอร์หยิบโทรศัพท์สมาร์โฟนของตนเองออกมาและกดส่งข้อความตอบรับคำชวนในกลุ่มที่ตั้งไว้


                เมื่อถึงเวลานัดเหล่าบรรดาสมาชิกทุกคนล้วนนั่งที่ประจำของตนเอง  เนื่องจากร้านของคุณฮันเนสเป็นร้านประจำที่กลุ่มของเขามาสังสรรค์อยู่เสมอๆ  บรรยากาศครื้นเครงและเป็นกันเองภายในร้านจึงมีให้เห็นอยู่ประจำ
                “พวกนายน่ะดีคลุกอยู่กับตัวหนังสือ  กับตำราอาหาร  ส่วนพวกฉันเนี่ยคลุกอยู่แต่กับอวัยวะดองและโครงกระดูกจนฉันรู้สึกจะคุยกับมันรู้เรื่องแล้ว” หญิงผู้มีใบหน้าตกกระและห้าวที่สุดในกลุ่มพูดขณะดูดนมช็อกโกแลตเย็นพลางเคี้ยวหลอดในแก้วไปด้วย  ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอต้องศึกษาอนาโตมีร่างกายของมนุษย์และท่องศัพท์เฉพาะต่างๆเพื่อเอาไปสอบน่ะสิ
                “อนาโตมีพวกเราก็ได้ดูอยู่นะ  จากภาพสเก็ตไททันในหนังสือและหุ่นจำลองในหอสมุดน่ะเป็นอนาโตมีขนาดยักษ์สูง 60 เมตรเลยนะ”  ชายหนุ่มร่างกายกำยำที่สุดในกลุ่มกล่าว
                บรรยากาศครื้นเครงและเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยอยู่เป็นนิจทำให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้ามน เจ้าของนัยน์ตาสีมรกต ถึงแม้จะเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคยที่พบเจออยู่แทบทุกวัน  แต่วันนี้เขารู้สึกอบอุ่นและมีความสุขมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  ความรู้สึกที่สนุกสนาน  สิ่งนี้เรียกว่า  ความสงบสุข  ได้สินะ  โลกที่ไม่มีไททันอยู่  โลกที่ไม่ต้องหวาดกลัวว่าพรุ่งนี้อนาคตจะเป็นเช่นไร ร่างโปร่งแอบขำกับความคิดของตนเอง  นี่เขาไม่ได้อยู่ในยุคไททันเสียหน่อย  แถมเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ด้วยว่าเป็นเรื่องจริงรึเปล่า  ดูท่าเขาจะเอาความฝันแปลกๆที่เกิดขึ้นและความรู้สึกของเอเลนในบันทึกมาโยงกับความเป็นจริงเสียแล้ว
                “ว่าแต่ในตำนานเรื่องไททันนี่บทสรุปมันเป็นยังไงนะ  ตอนทำรายงานฉันดูแต่พวกเรื่องวิถีชีวิตของสมัยนั้น กับความเชื่อเรื่องกำแพงที่เป็นหัวข้อรายงาน เลยไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของตำนานเป็นยังไง”คำถามจากแจนทำให้ใบหน้ามนเกิดข้อสงสัยเช่นกัน  นั่นน่ะสิบทสรุปของตำนานเป็นยังไงกันนะเพราะนอกจากเนื้อหาในหัวข้อที่ต้องทำแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจรายละเอียดในหัวข้ออื่นๆเสียเท่าไร  โดยปกติเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มากนักแต่ตั้งแต่เหตุการณ์จากบันทึกนั้นทำให้เขารู้สึกอดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจ  เหมือนกับมีแรงผลักดันจากจิตใต้สำนึกอย่างนั้น
                “จากที่ผมศึกษามา ก็คือ มนุษย์เป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะและเริ่มออกมาใช้ชีวิตภายนอกกำแพงนะครับ”  เด็กชายซึ่งเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มตอบ
                “แล้วมนุษย์ชนะไททันพวกนั้นยังไงเหรออาร์มิน?” ใบหน้ามนถามด้วยความอยากรู้ทันที  ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเลือดภายในกายเดือดผล่านไปด้วยความตื่นเต้น
                “ถ้าจำไม่ผิด  หน่วยสำรวจในยุคนั้นคิดค้นและวิวัฒนาการให้มนุษย์สามารถมีอำนาจเทียบเท่ากับไททัน  รวมทั้งสามารถจัดการกับต้นตอที่ทำให้เกิดไททันเหล่านั้นซึ่งเป็นพวกชนชั้นสูงที่อยู่กำแพงชั้นใน  หัวหน้าหน่วยเอลวินสมิธ ก็ได้รับการเลือกจากประชาชนให้เป็นแสงสว่างของยุคใหม่  เขาทำการปกครองและขยายรกรากของมนุษย์ภายนอกกำแพงและทำให้มนุษย์ได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง”
                “แล้วในตำนาน มีคนที่ชื่อ รีไว รึเปล่า?” คำถามของเอเลนทำให้มิคาสะ ตกใจ  แต่เธอเลือกพยายามที่จะเก็บอาการไว้ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยนั้น
                “ผมเพิ่งรู้ว่าเอเลนสนใจตำนานขนาดนี้  หัวหน้าทหารรีไว……น่าเสียดายในตำนานกล่าวไว้ว่าเขาเป็นผู้ทรยศที่หันหลังให้กับมนุษยชาติเลยโดนโทษตัดสินประหารน่ะครับ”
                คำบอกเล่าของเพื่อนตั้งแต่เด็กของเขาทำให้ร่างโปร่งรู้สึกตัวชา  หัวหน้าทหารรีไวคนนั้นมีอยู่ในตำนานจริงๆสินะ  ทำไมคนที่ดูเคร่งครัดและทำตามกฎขนาดนั้นถึงได้กลายเป็นผู้ทรยศไปได้ล่ะ
                “เอเลนแกไม่สบายรึเปล่าวะ หน้าซีดเชียว” มือของแจนเลื่อนไปแตะหน้าผากของใบหน้ามน  และมันทำให้เขาเพิ่งรู้สึกตัว
                “ฉันรู้สึกมึนหัวนิดหน่อยน่ะอาจเป็นเพราะนอนไม่พอ  ถ้ายังไงฉันขอตัวกลับก่อนละกัน” ร่างโปร่งคว้ากระเป๋าสะพายของตนเองและก้าวออกจากร้านหมายจะกลับบ้านไปเพื่อตรวจสอบบันทึกนั้นอีกครั้ง  เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายผู้แข็งแกร่งของมนุษยชาติ  และเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกที่วูบไหวในใจของตัวเขาเองกันแน่
                “เฮ้ยรอก่อนสิวะแก  เดี๋ยวฉันไปส่ง แล้วแกก็ยังไม่ได้จ่ายตังค์เลยนะโว๊ย!!” ร่างสูงรีบควักเงินในกระเป๋าจ่ายในส่วนของตัวเองและจ่ายแทนในส่วนของคนที่เดินนำหน้าออกไปจากร้าน
                นัยน์ตาสีขี้เถ้าของหญิงสาวมองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนเดินจากไป  ถ้าเป็นปกติเธอคงที่จะตามเอเลนไปด้วย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าการปล่อยเอเลนให้อยู่คนเดียวและทำตามใจตัวเองอาจจะดีแล้วก็ได้

                “ถ้าแกไม่สบายก็น่าจะบอกก่อน  ฉันจะได้ไม่ต้องสั่งฮันนี่โทสไป ป่านนี้คงลาภปากยัยชาช่าเรียบร้อย” นัยน์ตาสีเปลือกไม้จ้องมองบนถนนพลางนึกเสียดายฮันนี่โทสที่เขาเพิ่งสั่งไป
                “ที่จริงแกอยู่ต่อก็ได้นะ ฉันโบกแท๊กซี่กลับเองก็ได้” นัยน์ตามรกตมองคนที่เป็นสารถีให้กับเขาวันนี้  ที่จริงแจนปล่อยเขากลับคนเดียวก็ได้ไม่เห็นจำเป็นต้องมาส่งเลย
                “ได้ไงล่ะสัญญาไว้แล้วก็ต้องทำตามสิวะ  อีกอย่างถ้าเกิดแกสลบไปแบบในหอสมุดอีกจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่” ใบหน้าหล่อเหลาตอบกลับจริงจัง
                “นายเป็นคนดีกว่าที่ฉันคิดนะแจนขอบใจ”  คำขอบคุณจากปากของคนดื้อดึงทำให้ใบหน้าของแจนขึ้นสีระเรื่อ นี่เขาอาจจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆไหงตัวเขาถึงต้องมาคอยตามเป็นห่วงร่างโปร่งตรงนี้ด้วยนะ  ดูเหมือนไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านข้างนี้จะทำอะไรก็อยู่ในสายตาเขาทั้งหมด  หรืออาจจะเป็นเขาเองที่ไม่อาจละสายตาไปจากคนคนนี้ก็เป็นได้
               
                รถยนต์สีน้ำเงินมันวาวจอดเข้าในรั้วของบ้านเยเกอร์อีกครั้ง  ร่างโปร่งเตรียมลุกจากเบาะนั่งข้างคนขับแต่โดนเจ้าของรถคว้าข้อมือไว้เสียก่อน
                “นายไหวรึเปล่า  ให้ฉันอุ้มขึ้นไปส่งในห้องไหม?” ความหวังดีจากร่างสูงดูเหมือนจะทำให้หัวคิ้วของใบหน้ามนกระตุกอยู่ไม่น้อย
                “นี่แกเห็นฉันเป็นสาวน้อยร่างกายอ่อนแอรึไงกันวะ!!!” เอเลนตะโกนใส่ร่างสูงพลางส่งลูกเตะไปที่หน้าแข้งของคนหวังดี ก่อนที่จะปิดประตูลงจากรถและเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะชวนสารถีของวันนี้เข้ามาพักผ่อนภายในบ้านด้วย
                ร่างสูงที่ถูกเตะและปล่อยไว้ในรถฟุบหมอบกับพวงมาลัย  ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อ  นี่ถ้าเอเลนเป็นสาวน้อยบอบบางเขาจะทำยังไงกันนะ  ยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าวดูเหมือนเขาควรจะหาใครสักคนปรึกษานี่เขาอาจจะกำลังเป็นโรคอะไรที่ร้ายแรงอยู่ก็ได้  เขาตัดสินใจโทรศัพท์ไปหามาร์โกที่ดูจะเป็นที่พึ่งของเขาได้มากที่สุดตอนนี้  อย่างน้อยมาร์โกก็เป็นนักเรียนแพทย์ถ้าเขาเป็นโรคอะไรร้ายแรงจะได้รีบรักษาได้ทันการ

                หลังจากรถยนต์ที่ขับมาส่งเขาถึงบ้านขับออกไปเอเลนก็จัดแจงตัวเองอาบน้ำและสวมชุดนอนเรียบร้อย  เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราถึงเหตุการณ์ต่างๆในบันทึกนั่น  และมันทำให้เขาต้องนอนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน  มือเรียวหยิบบันทึกปกดำที่มีชื่อของตนเองจากโต๊ะข้างหัวเตียง  ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ  และคุณมีความสัมพันธ์กับเอเลน เยเกอร์ ยังไงก้นแน่  ทำไมผมถึงได้คิดถึงคุณมากเหลือเกิน….
                มือบางเปิดหน้าบันทึก เขาค่อยๆจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราราวกันมีมนต์สะกดให้ดึงดูดลึกลงไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
                นัยน์ตาสีเขียวมรกตลืมตาขึ้น  ร่างบางค่อยๆขยับยันตัวเองให้ลุกจากท่านอนและพบว่าสองมือของเขายังคงถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้  ห้องที่ทึบและดูโดดเดี่ยว  มีเพียงแสงสว่างจากเปลวเทียนบนหัวเตียงเท่านั้นที่พอจะทำให้ภายในห้องที่มืดมิดเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้บ้าง  ห้องสี่เหลี่ยมที่มีเฟอร์นิเจอร์เพียงชุดโต๊ะเขียนหนังสือ  ตู้เสื้อผ้า  และเตียง  ดูจากสภาพโดยรวมและบรรยากาศที่ราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วเขาคงจะอยู่ในห้องใต้ดินของที่ไหนสักแห่งนี่เขาโดนล่ามเอาไว้อีกแล้ว  ใบหน้ามนจ้องมองข้อมือของตนที่ถูกพันธนาการด้วยเหล็กกล้า  เขาเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายถึงขนาดที่ต้องโดนล่ามราวกับเป็นสัตว์ร้ายอยู่ตลอดเลยสินะ
                เสียงประตูไม้ขนาดใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมชายผู้แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติก้าวเข้ามา
                “แกยังไม่หลับอีกเหรอ ไอเด็กเหลือขอ แต่ก็ดีฉันคิดว่าห้องใต้ดินอากาศคงจะเย็นเลยนำเอานี่มาให้”  ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดยื่นแก้วที่มีนมอุ่นให้กับร่างบาง  พลางไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง
                “ขอบคุณครับ  แล้วหัวหน้าทำไมยังไม่นอนอีกล่ะครับ?” สองมือเรียวยื่นไปรับแก้วนมมาถือไว้  การกระทำของชายผู้ซึ่งเป็นเจ้าของใบหน้าและสายตาที่เย็นชาอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาแปลกใจแต่ก็รู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจเช่นเดียวกัน  เพราะต่อให้คนนี้จะมีใบหน้าที่นิ่งเฉยหรือเย็นชา แต่ก็ปฎิบัติกับเขาราวกับมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง  ถ้าไม่นับเรื่องที่โดนอัดในชั้นศาลแล้วล่ะก็นะ  ริมฝีปากบางค่อยๆดื่มนมอุ่นในแก้วที่ชายผู้แข็งแกร่งนำมาให้  ความอบอุ่นแผ่นซ่านลงสู่ลำคอแล่นไปทั่งร่างกายและส่งถึงหัวใจของร่างบาง  แม้บรรยากาศในห้องใต้ดินจะเย็นเฉียบเพียงใดแต่การกระทำของหัวหน้าทำให้เขารู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าได้รับแสงแดดยามเช้าเสียอีก
                “ก็แค่ตรวจตราความเรียบร้อยตามหน้าที่เท่านั้น”  นัยน์ตาสีขี้เถ้าตอบพลางจ้องมองคนตรงหน้า  รีไวรู้สึกติดใจกับเด็กหนุ่มคนนี้นั้นอาจเป็นเพราะด้วยนิสัยบ้าบิ่นไม่กลัวตายแบบวัยรุ่น  และอาจด้วยที่เด็กหนุ่มสามารถแปลงเป็นไททันได้  เลยทำให้เขาต้องจับตามองเด็กคนนี้ไว้ให้ดี
                “หัวหน้าครับ…..…..ผมเป็นมนุษย์รึเปล่า?”  ร่างโปร่งเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา  ถ้าคนตรงหน้าเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นมนุษย์อีกคนเหมือนกับคนอื่นๆในชั้นศาล  เขาคงไร้ซึ่งที่ยึดเหนี่ยวและยากที่จะลุกขึ้นสู้ต่อ  นัยน์ตาสีมรกตเบนหลบไปอีกฝั่งกับที่ชายอีกคนนั่ง  ไหล่บางสั่นไหวพร้อมทั้งเสียงถอนหายใจของคนที่อยู่ข้างๆ เขาเริ่มกลัวที่จะรู้คำตอบจากอีกฝ่าย
                มือหยาบจากการต่อสู้มานานนับหลายปีเลื่อนมาสัมผัสที่ข้างแก้มใส
                “ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าปีศาจ หรือไอพวกไททันนั้นร้องไห้เป็น  เพราะงั้นฉันก็เห็นว่าแกเป็นเพียงไอเด็กเหลือขอคนหนึ่งเท่านั้น”มือเรียวจับกลับไปยังมือหยาบที่สัมผัสบนหน้าที่ค่อยๆใช้นิ้วปาดหยาดน้ำตาของเขา แม้มือของหัวหน้าจะหยาบกร้านแต่ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่ผ่านออกมาได้เป็นอย่างดี  รอยยิ้มบางฉายบนใบหน้ามน  ซึ่งนั้นทำให้คนที่คิดว่าหัวใจของตนเองด้านชาเริ่มเกิดอาการสั่นไหว
                “แต่ถ้าแกเสียความเป็นมนุษย์ไปเมื่อไร  ชั้นจะเป็นคนฆ่าแกเอง”  แม้นั่นจะไม่ใช่คำปลอบใจแต่ก็ทำให้เอเลนรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น  เขาเป็นมนุษย์  และเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ไม่ว่าจะเป็นไททัน  หรือใครก็ตามเพราะยังคงมีคนที่เชื่อมั่นในตัวเขา และคนนั้นก็เป็นคนที่เขาสามารถไว้วางใจและให้เป็นผู้ตัดสินชีวิตของเขาเองได้เช่นกัน
                “ขอบคุณครับ  คุณเป็นฮีโร่ของผมเสมอ หัวหน้า”  ใบหน้ามนส่งยิ้มสดใสไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า  ตอนนี้น้ำตาแห้งไปแล้วและความมั่นใจก็เริ่มกลับคืนมา
                “ฉันไม่ใช่ฮีโร่ของแก  ฮีโร่ของแกคงไม่ฆ่าแกเองหรอก ฉันแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น”  ดูเหมือนไอเด็กตรงหน้านี่จะชื่นชมและยกย่องตัวเขามากถึงขนาดยกให้เป็นวีรบุรุษ
                “ไม่ครับ คุณคือวีรบุรุษของผม” ใบหน้ามนส่ายหน้าน้อยๆ  เพราะคุณเป็นความเชื่อมั่น  และความหวังของผมครับหัวหน้ารีไว
                “เฮ้อ  แล้วแต่แกละกัน  มีอีกเรื่องตั้งแต่พรุ่งนี้ยัยโรคจิตนั่นจะเริ่มทำการทดลอง  ชั้นคิดว่านี่น่าจะจำเป็นสำหรับเก็บไว้เป็นข้อมูล”  รีไวหยิบสมุดบันทึกปกดำขึ้นมายื่นให้กับอีกคน 
                ร่างโปร่งรับสมุดบันทึกมาไว้ในมือ  ปกที่ทำด้วยหนังสีดำสลักชื่อของเจ้าของบันทึกไว้  เอเลน  เยเกอร์  รอยสลักที่ดูเหมือนจะทำขึ้นมาเองเพราะงานไม่ได้ออกมาปราณีตเหมือนอย่างที่เขาเคยเห็นตามร้านขายหนังสือทั่วไป  ถึงกระนั้นความรู้สึกดีใจที่ราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าก็ฉายเด่นชัดบนใบหน้ามนนั้น  ทั้งที่คนที่มอบให้นั้นเกรงว่าเจ้าตัวดีตรงหน้าจะไปลืมบันทึกไว้ที่ไหนและไม่รู้ว่าเป็นของใครเลยลงมือสลักชื่อให้ไว้ก็เท่านั้น  ไม่คิดว่าไอเด็กนี่จะดีใจราวกับสุนัขที่ได้ของเล่นชิ้นโปรด
                “จดบันทึกประจำวันและสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตัวแกไว้ซะ”ร่างแข็งแกร่งก้าวไปยังประตูไม้ขนาดใหญ่เตรียมกลับขึ้นไปยังห้องของตนเอง “ราตรีสวัสดิ์”  บานประตูไม้สีโอ๊ตถูกปิดลงเหลือแต่เพียงร่างโปร่งที่อยู่ภายในห้อง ถึงห้องจะมืดและเย็นแต่ตอนนี้ร่างที่อยู่บนเตียงกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่มากมายที่ได้รับในค่ำคืนนี้
                “ราตรีสวัสดิ์ครับหัวหน้า  และ…..ขอบคุณ”ใบหน้ามนกระชับสมุดบันทึกไว้แนบอก  สิ่งนี่จะเป็นอีกหนึ่งสมบัติที่ล่ำค่า  ของขวัญที่ได้รับมาจากบุคคลที่สำคัญ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.               “เดี๋ยวนะ  พวกนายว่าอะไรนะ!!!!!!!!!!!!!”นัยน์ตาสีเปลือกไม้เบิกกว้าง ตกลงเขาไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไร  แต่จากคำให้การณ์ของเขาและคำวินิจฉัยจากว่าที่แพทย์ในอนาคตมาร์โก  บอกเขาว่าเขากำลังตกหลุมรักยังงั้นเหรอ!!!!  แถมคนนั้นก็ไม่ใช่สาวน้อยร่างบอบบาง  แต่ดันเป็นหนุ่มใสหน้ามนวัยเดียวกัน  แถมยังเป็นคู่กัดมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูลกับเขาอีกด้วยเอเลน  เยเกอร์
                “ผมดีใจนะที่แจนเหมือนเริ่มจะรู้สึกตัวเสียที”อาร์มินแวะเอาหนังสือที่มาร์โกฝากซื้อมาให้ที่ห้องเลยทำให้เขาได้รู้ถึงความกลุ้มใจของคนตรงหน้านี้ด้วย  และเขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่คนคนนี้รู้ตัวสักทีว่าคิดยังไงกับคู่กัดของตน  ทั้งที่คนอื่นๆในกลุ่มนั้นก็ดูออกกันหมด  คงมีแต่เจ้าตัวและคู่กรณีเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่รู้สึกเอะใจสงสัยอะไรเลย
                “ยิ่งสมัยนี้ความรักไม่เกี่ยงเพศนะครับแจน  ผมรู้สึกดีใจจังที่ในที่สุดแจนก็เติบโตเสียที” หนุ่มตกกระเจ้าของห้องพูดพลางปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง  ในที่สุดวันที่คนอย่าง แจนกิลชูไตน์  รู้ถึงความรู้สึกของตนเองก็มาถึง
                ใบหน้าหล่อของคนที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักคู่กัดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แดงแจ๊ดขึ้นมาจนถึงใบหู  ถ้ามีสัญญาณจับความร้อนมันต้องร้องจนหน่วยดับเพลิงบุกเข้ามาแล้วแน่ๆ
“ตแต่หมอนั่นก็มีมิคาสะอยู่นี่”การที่จะไปแย่งคนที่เขามีเจ้าของแล้วคงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก  และอีกคนก็เป็นผู้หญิงที่ถึงแม้ว่าจะแกร่งยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาก็เถอะ
“ผมว่าสำหรับเอเลน  มิคาสะเปรียบเสมือนพี่สาวอีกคนในครอบครัวมากกว่า”  เด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดกับเอเลน และมิคาสะกล่าว  แต่ไหนแต่ไรเอเลนและมิคาสะต่างก็ใกล้ชิดและให้ความสำคัญต่อกัน แต่ถึงกระนั่นก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะเป็นไปได้มากกว่าความสัมพันธ์แบบครอบครัวได้เลย  ยิ่งความห่วงของมิคาสะนั่นมีมากจนเรียกได้ว่าเป็นแม่หรือพี่สาวของเอเลนมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
“ถ้านายจะลองลุยจีบเอเลนดูก็ดูท่าจะไม่เป็นไรนะ  แต่อาจต้องยอมซี่โครงหักซะท่อน สองท่อน จากมิคาสะที่ห่วงเอเลนล่ะนะ”  หนุ่มตกกระเจ้าของห้องเริ่มคิดแล้วว่าถ้าแจนจะจีบเอเลนจริงๆ  บางทีเขาอาจต้องเบิกอุปกรณ์รักษาพยาบาลมาเก็บไว้ที่ห้องสักหลายๆชุดหน่อยแล้ว  เผื่อเพื่อนของเขาเป็นอะไรไปเขาจะได้จัดแจงปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งถึงมือหมอได้ทันการ
“แล้ว…..พวกนายคิดว่าเอเลนจะชอบฉันไหมวะ?”  นี่เขาตกหลุมรักหมอนั่นจริงๆใช่ม๊าย!!  ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่ก็ไม่อยากที่ละสายตาไปจากใบหน้ามนนั่นเช่นกัน
“อืม ผมว่าตอนนี้เอเลนเองก็ฟรี เพราะงั้นไม่น่าจะเสียหายนะครับถ้าจะลองดู” ที่จริงไม่อยากบอกเลยว่าคนอย่างเอเลน จะรู้จักความรักรึเปล่า เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยเห็นคนตรงนี้สนใจอะไรเลยนอกจากการที่อยากจะเป็นนักกฏหมายเพื่อรักษาความถูกต้อง  ทั้งที่ก็มีใครหลายๆคนต่างให้ความสนใจในร่างโปร่ง  แต่เจ้าตัวกลับดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจที่จะรับรู้ความรู้สึกของคนที่เข้ามาเสียเท่าไรนั่นอาจเป็นเพราะมีมิคาสะอยู่ข้างๆ  ไม่สิต้องบอกว่าไม่สนใจด้วยซ้ำเหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สำหรับเจ้าตัว
“ชั้นตัดสินใจแล้ว!!!  ชั้นจะลองทำให้หมอนั่นชอบชั้นให้ได้!!!  ใบหน้าหล่อฉายแววความมุ่งมั่นนัยน์ตาเป็นประกายมือข้างหนึ่งกำแน่นเหยียดตรงขึ้นไปราวกับนักรบที่พร้อมจะลงสนาม  จนทำให้เพื่อนอีกสองชีวิตที่อยู่ในห้องอดที่จะปรบมือแสดงความยินดีด้วยไม่ได้  ในที่สุดคุณชายแจนก็มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดกับเขาเสียที ร่างสูงค่อยๆหันกลับมามองยังเพื่อนอีกสองคนที่เป็นแรงสนับสนุนให้เขา   “ว่าแต่  จีบเนี่ยมันทำยังไงเหรอ?”
คำถามจากร่างสูงทำให้อีกสองคนในห้องถึงกับกลายร่างเป็นภาพขาวดำ  นี่พวกเขาต้องช่วยกันเขียนตำราพิชัยพิชิตหัวใจนายเอเลน  เยเกอร์  เพื่อ แจน  กิลชูไตน์  ด้วยรึเปล่า….
.
.
.
หนึ่งคนที่กำลังจ่มดิ่งและค้นหาสิ่งสำคัญที่หายไป
และ
อีกหนึ่งคนที่ในที่สุดก็รู้ว่าสิ่งสำคัญนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม
เส้นทางของหัวใจที่สวนกัน
ใครกันจะเป็นผู้ที่ไขว่คว้ามาครอบครอง
.
.

TBC,